วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การเจิมแห่งการมองเห็นสามระดับ

เราทุกคนมีความสามารถในการมองเห็นแม้กระทั้งในโลกฝ่ายวัตถุ ทีแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ขณะที่เดินไปด้วยกันหลายคน เมื่อมีรถวิ่งผ่านหน้าไป บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามีรถวิ่งผ่านหน้า บางคนอาจรู้แต่ก็ไม่ทันสังเกตว่าสีอะไร บางคน อาจรู้ว่ายี่ห้ออะไรสีอะไร วิ่งด้วยความเร็วประมาณไหน

นี้คือตัวอย่างง่ายๆที่ทำให้เราเข้าใจว่า ถึงแม้ว่าเราทุกคนมีตาสองดวงเหมือนกัน บังเกิดใหม่เหมือนกัน เป็นลูกพระเจ้าเหมือนกัน หรือแม้กระทั้งเป็นผู้นำเหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราทุกคนมีความสามารถมองเห็นเท่ากัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ใบบทความนี้ผมจะกล่าวถึงเพียงสั้นๆ ว่าทำไม่เราถึงมองเห็นสิ่งเห็นต่างกัน เพราะผมต้องการสื่อสารเรื่องการเจิมแห่งการมองเห็นในระดับต่างกัน

สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เชื่อทุกคนมองสิ่งเดียวกัน แต่มีความสามารถในการมองเห็นต่างกันคือ
- เราทุกคนมีวิญญาณแห่งความมืดบอดที่แตกต่างกัน บางคนได้รับการรักษาแล้ว แต่บางคนยังไม่ได้รับ หรือ บางส่วนเท่านั้น
- มีเบื่องหลังมุมมองที่แตกต่างกัน ประเด็นนี้ค่อนข้างสำคัญ ผมเห็นคนที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันจะมองเหตุการเดียวกัน แตกต่างกันอย่างมาก (เช่น เมื่อเห็นรถชนกันกลางสี่แยกไฟแดง บางคนอาจเห็น ว่ารถคันที่ถูกชนสีอะไร บางคนอาจมองเห็นว่า คันไหนมีคนบาดเจ็บมากกว่า บางคนอาจมองในมุมกฎหมายว่าคันไหนผิดคันไหนถูก ทั้งหมดเพราะเรามีเบื้องหลังที่มาแตกต่างกัน ) เช่นเดียวกับคริสเตียนต่างคณะที่ถูกสอนมาแตกต่างกัน เห็นเหตุการเดียวกันแต่มองออกไปแตกต่างกัน
- การโตฝ่ายวิญญาณที่แตกต่างกัน การเจิมและการทรงเรียกที่แตกต่างกัน

สาเหตุที่กล่าวมาคือ สาเหตุหลักที่ทำให้คนเรามีการมองเห็นต่างกัน แต่บทความนี้ผมจะกล่าวถึงการเจิมแห่งการมองเห็นที่พระเจ้าได้เปิดเผยให้ผมเข้าใจดังนี้

การเจิมแห่งการมองเห็นสามารถแบ่งออกเป็นสามระดับใหญ่คือ
ก. การมองเห็นที่ชัดเจนในโลกฝ่ายวัตถุ
ข. การมองเห็นในระดับการเห็นการสำแดงหรือมิติฝ่ายวิญญาณเช่น เห็นรูปภาพ ได้ยินเสียงและสัมผัสฝ่ายวิญญาณได้
ค. การมองเห็นในระดับที่เห็นว่าพระเจ้ากำลังทำอะไร

ผมจะอธิษฐานความแตกต่างในสามระดับนี้ดังนี้
ระดับแรก การมองเห็นชัดเจนในโลกฝ่ายวัตถุคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะผมเชื่อว่าเราทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว แต่การมองเห็นระดับที่สองและระดับสามนี้มีความคล้ายกันและแตกต่างกันอย่างมากที่เดียว การมองเห็นระดับสองคือการมองเห็นในระดับการสัมผัสฝ่ายวิญญาณหรือ การที่เราสัมผัสได้ว่ามีการทรงสถิตของพระเจ้าผ่านการนัมการ บางคนอาจเห็นภาพ ได้ยินเสียง สัมผัสบางอย่าง ซื่งในระดับนี้บางคนมีบางคนอาจไม่มี เช่นเมื่อมีการนมัสการพระเจ้าและมีการทรงสถิตอย่างแรง บางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามีการทรงสถิตของพระเจ้า บางคนอาจาสัมผัสได้ บางคนอาจสัมผัสได้และสามารถมองเห็นในระดับสองคือ เห็นทูตสวรรค์หรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติกำลังเกิดขึ้น การมองเห็นระดับนี้คือ คนที่มีของประทานฝ่ายวิญญาณจะสามารถเห็นได้ชัดเจน บางคนอาจเห็นรูปภาพบางอย่างปรากฎขึ้นขณะมีการทรงสถิต บางคนอาจได้ยินเสียงบางอย่าง หรือรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง
การเจิมแห่งการมองเห็นระดับนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก และเป็นกุญแห่งการเผยหรือการขับเคลือนฝ่ายวิญญาณ แต่บอ่ยครั้ง คนที่มองเห็นระดับนี้จะมองเห็นแค่ภาพหรือสิ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงเท่านั้น แต่จะไม่เข้าใจถึงน้ำพระทัยของพระองค์ในการกระทำสิ่งดังกล่าว ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าพระเจ้ากำลังทำอะไรและต้องการทำอะไรต่อไป

การเจิมแห่งการมองเห็นระดับสามเป็นการมองเห็นว่า พระเจ้ากำลังทำอะไร เป็นสิ่งที่พระเยซูทรงกล่าวบ่อยๆว่า พระองค์ทรงมองเห็นพระบิดากระทำ และพระองค์ก็กระทำตาม การที่เรามองเห็นการที่พระเจ้ากำลังกระทำการในชีวิตของเรา ในคริสตจักร และในโลกนี้ เป็นการมองเห็นที่จะทำให้เราทำในสิ่งที่พระองค์ต้องการ และเป็นการมองเห็นระดับที่สาม

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เมื่อมีเหตุการบางอย่างหรือการสำแดงบางอย่างเกิดขึ้น หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามันได้เกิดขึ้นจริงๆ แต่บางคนมองเห็นการสำแดงนั้นหรือเหตุการนั้น แต่ก็ไม่เข้าว่าทำไม และเพื่ออะไร และบางคนอาจามองเห็นและเข้าใจทันทีว่าพระเจ้ากำลังทำอะไรและเราจะตอบสนองอย่างไร

เราทุกคนควรก้าวผ่านการมองเห็นระดับหนึ่งไปสู่ระดับสาม และผู็ที่จะปลดปล่อยการเจิมแห่งการมองเห็นที่แท้จริงคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ ถ้าท่านใดอยากมีการมองเห็นในระดับที่มองเห็นสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำให้ทูลขอพระองค์และพระองค์จะมีวิธีที่จะ ปลดปล่อยการเจิมนั้นผ่านได้หลายทาง หัวใจสำคัญคือหิวกระหายและอยากเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้นโดยการเชื่อฟังและกระทำตาม โดยยืนยันโดยพระวจนะ ขอพระเจ้าอวยพร

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น