แท้ที่จริงทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ในแง่บวกก็ในแง่ลบ หมายความว่า บางอย่างเปลี่ยนแปงในด้านที่แย่ลง แต่บางอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าหลายคนกลัวการเปลี่ยนแปลง แท้ที่จริงแล้วการที่เขาพยายามหยุดอยู่กับที่ก็คือการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง พูดเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆคื่อ การที่เขาพยายามหยุดกับที่ ขณะที่โลกหมุนไปข้างหน้านั้นคือการเปลี่ยนแปลงในด้านลบ
เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว มีหลายประเทศได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของตัวเองมาเป็นประชาธิประไตย์ มีหลายประเทศที่เปลี่ยนแล้วประสพความสำเร็จ แต่ก็มีหลายประเทศที่เปลี่ยนแลงแล้ว แล้วแย่กว่าก่อนการเปลี่ยนแลง
มีหลายประเทศที่เปลี่ยนไปแล้วไม่รอดในที่สุดก็กลับเข้าสู่ระบอบเดิม แต่ก็ดีกว่าบางประเทศที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ทำให้เกิดสงครามกางเมืองจนถึงทุกวันนี้ ทำให้สภาพการเป็นอยู่และสภาพจิตใจของผู้คถูกทำลายมากขึ้นเนื่องจากสงครามแห่งการแย่งชิงอำนาจ
เช่นเดียวกับการรื้อฟื้นคริสตจักร หลายคนกลัวการรื้อฟื้นดังกล่าว และหลายคนมีเหตุผลที่ดีในการกลัวการรื้อฟื้นดังกล่าว
การเปลี่ยนแปลงที่ดีนั้นต้องมี ขบวนการที่ดี และขบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้เป็นสูตรตายตัวที่แทนค่าได้ ในแต่ละที่ จะมีสูตรของมันเอง เมื่อไม่นานมานี้ พระวิญญาณให้ผมเห็นความจริงอย่งหนึ่งคือ แต่ละเมืองจะมียุทธศาสตร์เฉพาะตัว การหลอกเลียนแบบเป็นสิ่งที่ไม่ผิด แต่ถ้าไม่ได้มาจากพระเจ้าแบบเฉพาะเจาะจงแล้ว สามารถล้มเลวได้ และบ่อยครั้ง สิ่งนี้ก็เป็นกลลวงของซาตาน (ยุทธศาสตร์ของเยรีโค จะใช้ได้ดีสำหรับเยรีโค แต่มันจะใช้ไม่ค่อยได้สำหรับเมืองอัย)
บทความนี้จะไม่ลงรายละเอียดเกียวกับยุทธศาสตร์หรือขบวนการเปลี่ยนแปลง แต่ผมจะเน้นเรื่องเดียวคือ การรื้อฟื้นอัครทูต
เมื่อไม่นานมานี้ พระวิญญาณตรัสกับผมเรื่องการรื้อฟื้นอัครทูตว่า เช่นเดียวกับเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่มีการรื้อฟื้น ผู้เผยพระวจนะ และเกิดปัญหาต่างๆ แต่ในที่สุดก็ลงตัวในเวลาต่อมา การรื้อฟื้นอัครทูตก็เช่นเดียวกัน
ประวัติศาสตร์ของการื้อฟื้นผู้เผยพระวจนะที่ผ่านมา ให้เราเห็นว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีการรื้อฟื้นย่อมมีปัญหาบางอย่าง เช่น ผู้เผยทะเลาะกันเอง การเผยพระวจนะที่ตกขอบ และเกิดขอบเขต การเผยเผยพระวจนะที่เห็นแก่ตัว หรือบางคนเผย เพราะหวังผลบางอย่างจากการเผย ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ผู้เผยเวลานั้นยังไม่โตฝ่ายวิญญาณ แต่เวลาผ่านไปทุกอย่างก็เริ่มลงตัว การเผยแบบสุดโต่งก็น้อยลง การทะเลาะกันก็หมดไป การเผยที่หวังผลก็เริ่มหมดไป ผู้เผยเริ่มรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนชัดเจนขึ้น และรู้ว่าเวลาไหนควรนำ และเวลาไหนควรให้พันธกรอื่นในพันธกรทั้งห้านำ และตนเองสนันสนุน ไม่ใช่นำอยู่ตลอดเวลา
ปัจจุบันพระเจ้ากำลังรื้อฟื้นอัครทูตในประเทศไทย (แท้ที่จริงบางประเทศขบวนการนี้เกิดขึ้นได้ประมาณสิบกว่าปีแล้ว) การตกขอบต่างๆก็เกิดขึ้น และเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากอัครทูตแต่ละคนยังไม่ได้โตเป็นผู้ใหญ่อย่างที่ควร จึงทำให้เกิดการเน้นแต่ในสิ่งที่ตนเป็นและไม่ค่อยสนใจในอัครทูตคนอื่น หรือพันธกรอื่นๆ และเกิดการขัดแย้งกันเองในเหล่าอัครทูต
เมื่อประมาณเดือนที่แล้วพระวิญญาณสำแดงให้ผมเห็นว่า พระองค์กำลังรื้อฟื้นอัครทูตในประเทศไทย และอัครทูตไม่ได้มีแค่ประเภทเดียวเท่านั้น (หัวใจของอัรคทูตคือ ผู้ที่ได้รับการมอบหมายงานบางอย่างที่พระเยซูมอบหมายให้เขาทำโดยการแต่งตั้งโดยตรง จากพระองค์หรือผ่านทางนิมิตหรือการสำแดงจากฟ้าสวรรค์ ) และอัครทูตแต่ละคนกำลังอยู่ในขบวนการโตกับพระวิญญาณ ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะขัดแย้งกันบ้างในบางเรื่อง และเน้นแต่สิ่งที่ตนเป็นจนไม่เห็นความสำคัญของอัครทูตคนอื่นๆ
พระเจ้าให้ผมเห็นการสำแดงที่ชัดเจนว่า นี้เป็นเวลาแยกตัวเพื่อให้อัครทูตแต่ละคนจะได้ตกผลึกฝ่ายวิญญาณ และก่อตัวขึ้นเป็นอย่างที่พระเจ้าต้องการให้เป็น (และมันจำเป็นมากสำหรับอัครทูตบางคนพึ่งเริ่มเข้าที่เข้าทาง เพื่อไม่ให้อัครทูตที่เด่นกว่า กลืนและทำให้เขาไม่สามารถเป็นอย่างที่เขาควรจะเป็น) ดังนั้นการแยกกันชั่วคราวเป็นเรื่องปกติ และจำเป็นในระยะหนึ่ง เพื่อให้แต่ละคนจะได้ลงลึกในสิ่งที่พระเจ้าต้องการใช้เขาเป็น แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่อัครทูตแต่ละคนตกผลึกแล้ว จะมีการรวมตัวกันอีกครั้ง และการรวมตัวครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวที่ต่างคนต่างพึงซื่งกันและกัน และเป็นการรวมตัวที่มีพลังมาก
ดังนั้นการที่ผู้นำ ไม่ไปทิศทางเดียวกันและดูเหมือนขัดแย้งกันในบางเรื่อง (แท้ที่จริงไม่มีอัครทูตคนไหน เป็นทุกอย่างหรือมีการเจิมทุกเรื่อง แต่ละคนก็จะโดดเด่นในดานที่พระเจ้ามอบหมายให้ทำ) เป็นเรื่องปกติและเป็นขบวนการหนึ่งของการรื้อฟื้นอัครทูต แต่เวลาผ่านไปเมื่อแต่ละคนโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณแล้ว การรวมตัวกันโดยพระวิญญาณก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ท่านผู้อ่านอธิษฐานเผื่อเรื่องการฟอร์มตัวของอัครทูตและคนและการรวมโตกันอีกครั้งเมื่องความเป็นผู้ใหญ่มาถึง เมื่ออัครทูตแต่ละคนรวมตัวกันได้ และพันธกรทั้งหน้าประจำหน้าที่ ผู้เชื่อก็จะสามารถเป็นอย่างที่พระคริสต์ต้องการให้เป็น คือโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณขนาดเดียวกันกับองค์พระเยซูคริสต์ แล้ว แผ่นดินของพระเจ้าก็จะลงมาปกครองเหนือประเทศไทย
ขอพระเจ้าอวยพร
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น