วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

การปกครองของพระเจ้าในรูปแบบต่างๆ

คริสตจักรส่วนใหญ่มองการปกครองหรือ อำนาจการปกครองของพระเจ้าผ่านคริสตจักรเท่านั้น กล่าวคือ มีผู้เชื่อส่วนใหญ่สนใจและจดจ่อกับ อำนาจของคริสตจักรจนไม่มีช่องว่างสำหรับ อำนาจการปกครองส่วนอื่นที่เหลือ
พระวจนะของพระเจ้าสอนให้เราเห็นการปกครองของพระเจ้าในสามมิติ(Spheres) ซึ่งและละมิติมีบางส่วนคาบเกี่ยวกัน และบางส่วนแยกจากกันชัดเจน ทั้งสามมิติของอำนาจนี้พระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้นเพือวัตถุประสงค์ของพระองค์ที่ต้องการเป็นกษัตริย์เหมือนสรรพสิ่งทั้งปวงที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา

การปกครองของครอบครัว ( Familial government)
เป็นอำนาจการปกครองแรกที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้น หลังจากที่พระองค์ทรงสร้างมนุษย์คู่แรกของโลก สถาบันครอบครัวเป็น สถาบันแรกที่สุดที่พระองค์ทรงสร้างมาและเป็นรากฐานให้กับการปกครองมิติอื่นๆ พระคัมภีร์ ได้แสดงให้เห็นถึงการปกครองนี้ว่า บิดามารดาเป็นเหมือนตัวแทนอำนาจของพระเจ้าในการสั่งสอนลูกหลานของตัวเอง
มีพระคัมภีร์มากมายที่กล่าว่า บิดาหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้าน และบิดาเปรียบเสมือนปุโรหิตประจำบ้าน บิดามีหน้าที่นำครัวเรือนของตัวเองในการติดตามพระเจ้า และมีหน้าที่สอนกฎบัญญัติต่างๆของพระเจ้าให้กับทุกคนในครัวเรือนของตน บิดามีหน้าที่จัดเตรียมสิ่งจำเป็นไว้สำหรับบุตรหลานของตัวเอง และบิดามีบทบาทนำและให้ทิศทางแก่ครัวเรือนและลูกๆของตน นอกจากนี้บิดายังมีส่วนทำให้บุตรมีความมั่นคงทางด้านจิตใจ และรู้จักเอกลักษณ์ของตัวเอง
ส่วนมารดาเป็นผู้ช่วยบิดาในการปกครองครัวบุตรหลานของตน โดยเน้น ไปที่การดูแลให้ความรัก ความอบอุ่น และการเลี้ยงดู
บุตรหลานมีหน้าที่เชื่อฟังและให้เกียรติ บิดามารดาของตน แม้ในบัญญัติสิบประกาณ ก็มีข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า จงให้เกียรติบิดามารดาของตน ในสมัยพระคัมภีร์เดิมบุตรหลานที่ไม่ให้เกียรติหรือเชื่อฟังบิดามารดาของตน บิดาสามารถนำบุตรคนดังกล่าวไปที่ประตูเมืองต่อหน้าผู้ปกครองเมืองนั้นและให้เอาหินขวางตายได้

การปกครองของรัฐบาล (Civil government)
หลังจากมนุษย์ล้มลงในบาปและธรรมชาติบาปได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ทุกคน ทำให้ทุกคนทำในสิ่งที่ตนต้องการ ผลที่ตามมาคือ ความวุ่นวายและการทวีขึ้นของความชั่วร้าย พระเจ้าได้สร้างสถาบันการปกครองของรัฐหรือการปกครองของกลุ่มชนขึ้น (หลายๆครอบครัวรวมกันเป็นกลุ่ม) จุดประสงค์เพื่อรักษาไว้ซึ่งความดีงามและความถูกต้อง ตามพระลักษณะของพระเจ้าที่อยู่ในมนุษย์ เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนตามพระลักษณ์ของพระองค์
หัวใจหลักอย่างหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้างให้มีอำนาจของรัฐบาลก็คือ เพื่อยับยั้งความชั่วไม่ให้ขยายตัวออกไป เป็นตัวแทนอำนาจจากพระเจ้าในการลงโทษคนชั่วและสิ่งชั่วร้าย
โรม 13 สอนว่า คริสเตียนควรที่จะเคารพ และให้เกีรยติ แก่อำนาจบ้านเมืองที่ตนอาศัยอยู่ เพราะอำนาจนี้ก็มาจากพระเจ้าเหมือนกัน เช่น ควรจ่ายภาษี เคารพกฎหมาย และให้เกีรยติผู้ที่สมควรจะได้รับเกีรยติ ถ้าผู้เชื่อ เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าอยู่แล้วก็ไม่ต้องกลัวอำนาจการปกครองนี้ เพราะหัวใจของอำนาจการปกครองนี้คือเพื่อให้ทุกคนทำดีและไม่เบียดเบียนซื่งกันและกัน
แต่เนื่องด้วยมนุษย์เป็นคนบาป จึงทำให้กฏหมายของบางกลุ่มคน อาจไม่ถูกต้องตามหลักพระวจนะ ถ้าเป็นเช่นนี้เราก็ควรจะเชื่อฟังกฏหมายของพระเจ้า

การปกครองของชุมชนของพระเจ้า (Ecclesiastical government)
เป็นการปกครองที่พระเจ้าทรงสถาปนาขึ้นที่หลังสองการปกครองที่ผ่านมา แต่เป็นอำนาจการปกครองที่จะคงอยู่ตลอดไป เป็นอำนาจการปกครองที่พระเจ้าจะสำแดงฤทธิ์อำนาจของพระองค์ออกผ่านผู้เชื่อของพระองค์ พระองค์ตองการปกครองแผ่นดินโลกนี้ผ่านผู้เชื่อ หรือผู้เชื่อคือตัวแทนสิทธิอำนาจของพระองค์
เป้าหมายคือเพื่อต้องการให้แผ่นดินโลกนี้เป็นหัวเมืองขึ้นของสวรรค์ หมายความว่า สิ่งใดที่มีในสวรรค์ก็จะมีในแผ่นดินโลก และสิ่งใดที่ไม่มีในสวรรค์ก็จะไม่มีในแผ่นดินโลกเช่นเดียวกัน
พระเยซูทรงสอนให้พวกเราอธิษฐานว่า ของให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก มัทธิว 6:10
คริสตจักรคือชุมชนของพระเจ้า หรือครัวเรือนของพระองค์ และเป็นตัวแทนสิทธิ์อำนาจของพระองค์
คริตจักรยุคแรกจะเรียกชื่อคริสตจักรว่า เป็นชุมชนของพระเมสิยาห์ เมื่อคริสตจักรคือครัวเรือนหรือชุมชนของพระเจ้า การปกครองในคริสจักรก็ต้องเป็นไปตามแบบแผนที่พระองค์วางไว้
เมื่อคริสตจักรคือชุมชนหรือครัวเรือนของพระเจ้า และ ผู้เชื่อทุกคนเป็นลูกของพระเจ้าเหมือนกัน โดยมีพระบิดาเป็นบิดาของทุกคน มีพระเยซูคริสต์ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือ ครัวเรือนของพระเจ้า
ชุมชนของพระเจ้าจึงปกครองผ่านระบบบุตรหัวปี กล่าวคือ ในครัวเรือนของพระเจ้าหรือชุมชนของพระองค์ พระเยซูคริสต์ทรงแต่งตั้งบางคนเป็นตัวแทนบุตรหัวปี ที่มีหน้าที่ดูแลน้องๆ หรือพระคัมภีร์บางครั้งกล่าวว่า เป็นคนต้นเรือนที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งให้แจกข้าวของให้กับคนอื่น คนต้นเรือนนั้นต้องซื่อสัตย์และฉลาด คริสตจักรยุคแรกเรียกตัวแทนบุตรหัวปีที่เปรียบเสมือนบุตรหัวปีเหล่านี้ว่าผู้ปกครอง

ผู้ที่ปกครองดูแลคริสตจักรนั้นเป็นพหุพจน์เสมอ นั้นหมายความว่าต้องมีกันหลายคน และคนทีมีคุณสมบัติเป็นผู้ปกครองดูแลครัวเรือนของพระเจ้านี้ต้องมีของประทานหนึ่งในพันธกรทั้งห้า (อัครทูต ผู้เผย ผู้ประกาศ ศิษยาภิบาล และอาจารย์)
อีกเงือนไขหนึ่งที่สำคัญตามหลักการของพระวจนะคือ ผู้ที่จะเป็นผู้ปกครองเหล่านี้ถ้าแต่งงานแล้ว ต้องสามารถปกครองครัวเรือนของตนได้ (การปกครองอันแรก) 1 ทิโมธี 3:5 และเป็นคนที่ไม่ทำผิดกฎแห่งความดีงามของการปกครองของรัฐ (การปกครองอันที่สอง)
(ยังมีต่อ)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น