วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทำไมต้องกลับคืนสู่รากความเชื่อของยิว ???

ปัจจุบัน พระวิญญาณได้นำคริสตจักร ให้กลับคืนสู่รากความเชื่อที่แท้จริงของตัวเอง และนี้เป็นขนวนการหนึ่งของการรื้อฟื้นคริสตจักรของพระองค์
เราจะมาดูเหตุและผลกันว่าทำไมเราต้องศึกษารากความเชื่อของแบบยิว

คริสตจักรและยิวเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน
แท้ที่จริงพระเจ้าที่คริสเตียนเชื่อ เป็นพระเจ้าของอิสราเอล แม้กระทั้งพระคริสต์ ก็ยังเป็นพระเยสิยาห์ตามพระสัญญาของคนยิว สรุปให้เห็นภาพกว้างๆว่า คนยิวและคริสเตียนเชื่อในพระเจ้าองค์เดียวกัน

ทั้งยิวและคริสเตียนมี อับราฮัมบรรพบุรุษเหมือนกัน
อับราฮัมเป็นคนยิว หรือคนเฮ็บรูคนแรก ทั้งชาวยิวและคริสตจักรของพระเยซูคริสต์เป็นเมล็ดพันธุ์ของอับราฮัมเหมือนกัน กาลาเทียน 3:29 กล่าว่า และถ้าท่านอยู่ใน พระเมสิยาห์ ท่านก็เป็นเมล็ดพันธ์ของ อับราฮาม และเป็นทายาทตามสัญญา. "Also, if you belong to the Messiah, you are seed of Avraham and heirs according to the promise." (JNT).

พันธสัญญาเดิมเป็นรากฐานของความเชื่อของเรา
ทั้งศาสนายิวและคริสเตียน เชื่อในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม เป็นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง รากฐานของความเชื่อของทั้งคู่ มีรากมาจากพันธสัญญาเดิมเหมือนกัน และประวัติศาสตร์ของคนยิวและกฎหมายของคนยิว ก็คือพระคัมภีร์เดิม นอกจากนี้ทั้งพันธสัญญาเดิมถูกเขียนโดยชาวยิว และพันธสัญญาใหม่ถูกเขียนโดยชาวยิวเหมือนกัน ยกเว้นของลูกาคนเดียว
ศาสนายิวคือผู้ที่ชื่อในพระสัญญาและกฏเกณต่างๆในพระคัมภีร์เดิม ส่วนคริสเตียนคือ ผู้ที่เชื่อในพระคัมภีร์เดิมและเชื่อว่า ทุกอย่างพระคัมภีร์เดิมได้สมบูรณ์ในพระคัมภีร์ใหม่
พระคัมภีร์เดิมเป็นรากฐานของพระคัมภีร์ใหม่

ศาสนายิวเป็นมารดา(จุดกำเกิด) ของคริสตศาสนา
คริสต์เตียนเป็นหน่อที่มาจาก ศาสนายิว หรือพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า ศาสนายิวไม่จำเป็นต้องมีศาสนาคริสเตียนมาเป็นข้อพิสูจน์ เพื่อจะสามารถดำรงอยู่ได้ แต่ตรงกันข้าม ศาสนาคริสเตียน จำเป็นต้องมีศาสนายิว(ความเชื่อในพระคัมภีร์เดิม) มาเป็นสิ่งที่ทำให้ตนสามารถดำรงอยู่ได้

ศาสนาคริสต์ยังได้รับการเรียกว่าศตรรษแรกว่า เป็นความเชื่อแบบยูดา-คริสเตียน(Judeo – Christian) และ ศาสนาคริสต์ถูกมองว่าเป็นเพียงนิกายหนึ่งของศาสนายิว (กิจการ 28:22) ที่รู้จักกันเป็นนิกายนาซาริน (Nazarene) (กิจการ 21:17-26) และค่อยถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น คริสเตียน ภายหลัง (คำว่า คริสเตียนเป็นคำดูถูกด้วยซ้ำไป) (กิจการ 11:26) และเมื่อเวลาผ่านไป ศาสนาคริสเตียนที่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนายิวได้ค่อยๆแยกตัวออกจากรากแห่งความเชื่อของตน

พระธรรมโรม11:18 กล่วว่า อย่าอวดดีราวกับว่าท่านดีกว่ากิ่งก้านเหล่านั้น แต่ถ้าท่านอวดดีโปรดจำว่าท่านไม่ได้ยึด(ให้ชีวิต)รากไว้ (บรรพบุรุษของอิสราเอล) แต่รากต่างหากยึดท่านไว้
"…don't boast as if you were better than the branches! However, if you do boast, remember that you are not supporting the root (Israel's forefathers), the root is supporting you (Church)." Rom. 11:18 (JNT)

ความรอดมาจากชาวยิว
ยอห์น 4:22 ประชาชนของท่านไม่รู้ว่าพวกท่านกำลังนมัสการอะไรอยู่ แต่พวกเรานมัสการในสิ่งที่พวกเรารู้ เพราะว่าความรอดนั้นมาจาก
"You people don't know what you are worshipping; we worship what we do know, because salvation comes from the Jews." John 4:22 (JNT).

นี้เป็นคำพูดของพระเยซูเอง ความรอดที่เรามีอยู่ทุกวันนี้เริ่มแรกเป็นขอชาวยิว เพราะพระกิตติคุณแรกได้ประกาศกับอับราฮาม ในฐานะที่เป็นคนยิวคนแรก และพระสัญญาทุกอย่างที่เรามีเริ่มแรกเลยเป็นของอับราฮาม พระสัญญานี้ได้มอบให้กับพงษ์พันธ์ของอับราฮาม และเราได้รับพระสัญญานี้โดยที่เราเข้ามาเป็นพงษ์พันธ์ของท่านผ่านกางเขนของพระเยซูคริสต์เท่านั้น
"….in thee (Abraham) shall all families of the earth be blessed." Gen. 12:3 (KJV) "… in thee and in thy seed shall all the families of the earth be blessed." Gen 28:14 (KJV) "Then what advantage has the Jew? What is the value of being circumcised? Much in every way! In the first place, the Jews were entrusted with the very words of God." Rom. 3:1-2 (JNT)

ความรอดได้ขยายมาถึงคนต่างชาติผ่านทางชาวยิว
และในที่สุด สิ่งที่พระเจ้าได้สัญญากับอับราฮามก็ได้ขยายมาถึงคนต่างชาติด้วย ผ่านทางพระเยซูคริสต์ ที่เป็นคนยิวที่แท้จริง (เป็นคนยิวที่สมบูรณ์ทุกประกาณ)
"at that time had no Messiah. You were estranged from the national life of Israel. You were foreigners to the covenants embodying God's promise. You were in this world without hope and without God. But now, you who were once far off have been brought near through the shedding of the Messiah's blood." Eph. 2:12-13 (JNT) "that in union with the Messiah and through the Good News the Gentiles were to be joint heirs, a joint body and joint sharers with the Jews in what God has promised." Eph. 3:6 (JNT)

อัครทูตเปาโลเองก็กล่าว่าเขาเป็นคนยิว
"In that case, I say, isn't it that they have stumbled with the result that they have permanently fallen away? Heaven forbid! Quite the contrary, it is by means of their stumbling that the deliverance has come to the Gentiles, in order to provoke them to jealousy ………For if their casting Yeshua aside means reconciliation for the world, what will their accepting him mean? It will be life from the dead! ..…..and you - a wild olive - were grafted in among them and have become equal sharers in the rich root of the olive tree, then don't boast…….." Rom. 11:11,15,17,18 (JNT)

พระเยซูไม่ได้ยกเลิกศาสนายิว
พระเยซูเกิดและเติบโตขึ้น ในฐานะผู้ที่ถือรักษา พระบัญญัติอย่างครบถ้วน และพระองค์เองก็กล่าวว่า อย่าคิดว่าเรามายกเลิกพระบัญญัติ หรือผู้เผยพระวจนะ เราไม่ได้มาเพื่อยกเลิกแต่มาเพื่อให้มันสมบูรณ์ ....
"Don't think that I have come to abolish the Torah (Law) or the Prophets. I have come not to abolish but to complete. Yes indeed! I tell you that until heaven and earth pass away, not so much as a yud or a stroke will pass from the Torah - not until everything that must happen has happened." Matt. 5:17-18. (JNT)

โรม 10:4 พระเมสิยาห์คือเป้าประสงค์ของธรรมบัญญัติ (ไม่ใช่จุดจบของธรรมบัญญัติ)
For Messiah is the goal of the Tora for righteousness to everyone that believes. HRB

พระ เยซูไม่ได้ยกเลิกศาสนายิวและพระองค์ทรงทำให้มันสำเร็จ (กฏิรูปให้มันสมบูรณ์) (Heb 9:10) ซึ่งการปฏิรูปที่ชาวยิวไม่ค่อยยอมรับ เป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐถูกประกาศไปยังคนต่างชาติ


รากความเชื่อของยิวเป็นรากความเชื่อของเรา

เราไม่ได้มาแทนที่ยิว แต่เราเป็นกิ่งหนึ่งที่ถูกต่อเข้ากับลำต้นของยิว ความเชื่อและวิธีคิดของยิวจึงควรเป็นความเชื่อและวิธีคิดของเรา เราในฐานะคนต่างชาติมากอ่นเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดดังเดิมของเรามาเป็นของพระคัมภีร์ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วสิ่งที่เราคิดว่าถูกอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้

(ยังมีต่อ)

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น