ผู้เชื่อหลายคนเข้าใจผิดว่า การเต็มล้นด้วยพระวิญญาณหมายถึง การมีประสบการณ์กับฤทธิ์อำนาจของพระองค์ในการ ทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ต่างๆเช่น วางมือรักษาโรค ขับผี ...
การเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตามความหมายของพระวจนะในมุมมองของคนยิว มีมากกว่านั้น ก่อนที่เราจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราต้องเข้าใจว่าผู้เชื่อที่บังเกิดใหม่นั้นมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกคน แต่การที่ทุกคนที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นไม่ได้หมายความว่าทุกคนให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ครอบครองหรือควบคุมชีวิตของเขาทั้งหมดทุกส่วน
ตัวอย่างที่จะช่วยให้เราเห็นการเต็มล้นดว้ยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ชัดเจนคือ พระธรรมเอเสเคียล 47: 3-5 เราจะเห็นว่าระดับน้ำนั้นมีสี่ระดับด้วยกันคือ หนึ่งระดับตาตุ่ม สองระดับหัวเข่า สามระดับเอว และระดับสี่คือ ท่วมหัว
น้ำในที่นี้หมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้เชื่อทุกคนที่บังเกิดใหม่แล้วจะอยู่ในแม่น้ำนี้แน่นอน เพียงแต่ว่าแต่ละคนจะอยู่ในจุดที่แตกต่างกัน บางคนอยู่ที่ระดับตาตุ่มหมายความว่า เขาก็มีพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขาอนุญาตให้พระองค์ควบคุมเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเขาก็ยังสามารถทำในสิ่งที่เขาอยากทำและคิดเห็นว่าดี ส่วนคนที่อยู่ในน้ำระดับหัวเข่าหมายถึงคนที่อนุญาตให้พระองค์ควบคุมมากขึ้นเขาอาจทำตามใจเขาน้อยลง ส่วนคนที่อยู่ระดับเอวนั้นหมายถึงผู้ที่ให้พระวิญญาณควบคุมในหลายส่วนในชีวิตของเขา และไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังของตนได้ แต่ถึงอย่างไรก็ดีเขาก็ยังสามารถทำตามความต้องการของตัวเขาเองได้ ส่วนคนที่อยู่ในระดับท่วมหัวไม่สามารถเดินต่อไปได้แต่ต้องว่ายไปในแม่น้ำนั้นหมายถึง คนที่ยอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ควบคุมเขาอย่างแท้จริง เขาเคลือนไปตามน้ำพระทัยของพระวิญญาณ และสิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่พระวิญญาณทำ สรุปคือพระวิญญาณครอบครองเขาโดยนั่งบนบัลลังก์ใจของเขา และกระทำการผ่านชีวิตเขา
พระเจ้าต้องการให้ผู้เชื่อทุกคนมาถึงจุดนี้ คือการที่ผู้เชื่อ ยอมให้พระองค์นั่งบนบัลลังก์ใจของเขาตลอดเวลา ไม่ใช่ให้พระองค์เพียงแค่เช้าวันอาทิตย์สิบโมงถึงเที่ยงเท่านั้น เวลาที่เหลือก็ให้ตัวเองนั่ง(หมายถึงการทำตามใจตนเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ) หรือบางคนอาจดีกว่านั้นสักหน่อย คือสลับกันนั่งกับพระองค์ พระองค์นั่งบ้าง ตัวเองนั่งบ้างแล้วแต่ช่วงเวลา
ถ้าเราแบ่งชีวิตของเราออกเป็นหลายๆส่วนเราจะเห็นว่าไม่ใช่ทุกส่วนที่เราให้พระองค์ครอบครองอย่างแท้จริง บางคนมีบางส่วนที่เขาใส่กุญแจล็อกเอาไว้ และไม่ยอมให้พระวิญญาณของพระเจ้าเข้าถึงได้
ครั้งหนึ่งระหว่างที่ไปเยียมชมหมู่บ้านเบธเลเฮ็ม ที่ประเทศอิสราเอล (ปัจจุบันเป็นเขตที่อยู่อาศัยของมุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมหัวรุนแรง) เขตดังกล่าวถึงแม้ว่าจะเป็นของรัฐบาลอิสราเอลก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิสราเอลเองก็ไม่สามารถเข้าไปได้ตามลำพังได้ วันที่พวกเราไปนั้น ผมเห็นกำแพงสูงล้อมรอบพื้นที่ดังกล่าว และที่ทางเข้ามีทหารอิสราเอลทำบังเกอร์กันระเบิดไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่คนขับรถบัสของเราที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ ก็ยังไม่กล้าเข้าไป จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นคนขับรถชาวอาหรับแทน
ระหว่างที่ผ่านเข้าออกด้วยความยากลำบากนั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับผมว่า แผ่นดินนี้เป็นของรัฐอิสราเอลก็จริง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลยังไม่กล้าเข้า เช่นเดียวกับผู้เชื่อหลายคน ชีวิตของเขาเป็นของเราแต่มีบางส่วนในชีวิตของเขา ที่เราเองก็ไม่สามารถเข้าไปได้เช่นกัน
ถ้าอย่างนั้น อะไร คือการเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือการที่่ผู้เชื่อมีประสบการณ์อย่างแท้จริงกับพระองค์
ครั้งหนึ่งระหว่างที่ผมใคร่ครวญเรื่องนี้อยู่และทูลขอความเข้าใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะมีหลายคนสอนแตกต่างกันไปมากมายและบางครั้งก็ดูเหมือนขัดกันอย่างมากด้วย สิ่งหนึ่งที่พระองค์สำแดงให้ผมเห็นอย่างชัดเจนคือ นกพิราบที่กำลังบิน และพระองค์เน้นให้ผมสังเกตดูการบินของนกพิราบนั้น สิ่งที่พระองค์ต้องการให้ผมเห็นคือ นกพิราบที่บินนั้นมีสองปีก!! ผมถามตัวเองในใจว่า นกมันก็ต้องมีสองปีกอยู่แล้ว ทำไมพระองค์ถึงเน้นที่ปีกสองปีกนั้น และสิ่งที่พระองค์เปิดเผยคือ ของประทานพระวิญญาณ ใน1โครินธิ์บทที่12:7-9 และผลของพระวิญญาณ ในกาลาเทีย 5:22-23 เป็นเหมือนปีกสองปีกของนกพิราบนั้น ถ้าขาดปีกใดปีกหนึ่งนกก็บินไม่ได้
ในความเข้าใจของผม การเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือการที่ผู้เชื่อให้พระองค์ครอบครองอย่างแท้จริง หรือการมีประสบการณ์กับพระองค์อย่างแท้จริงนั้น จะสำแดงออกทั้งสองด้านเหมือนนกที่มีสองปีก คือทั้งฤทธิ์อำนาจของพระองค์ผ่านของประทานแห่งการสำแดง(ถ้อยคำแห่งสติปัญญา ถ้อยคำแห่งความรู้ ความเชื่อ การรักษาโรคต่างๆ การทำการอิทธิฤทริ์ต่างๆ การเผยพระวจนะ การสังเกตวิญญาณต่างๆ การพูดภาษาแปลกๆ และการแปลภาษาแปลกๆ) และการสำแดงฤทริ์อำนาจของพระองค์ผ่านผลของพระองค์คือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม และการรู้จักบังคับตน
ถ้าเราเน้นแค่ด้านใดด้านหนึ่งนั้น หรือมีประสบการณ์แค่ด้านใดด้านหนึ่งนั้น แสดงว่าเรายังไม่ได้มีประสบการณ์กับพระองค์อย่างแท้จริง ผมอยากหนุนใจให้ท่านแสวงหาประสบการณ์กับพระองค์อย่างครบบริบูรณ์
พระเยซูทรงกล่าวว่าในพระธรรมยอห์น 10:10 ว่าพระองค์มาเพื่อเราทั้งหลายจะได้ชีวิตและได้อย่างครบบริบูรณ์ ไม่ใช่ได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
อีกสิ่งหนึ่งที่อยากหนุนใจคือ ถ้าเราเน้นแต่ของประทานพระวิญญาณเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจผลพระวิญญาณ เราก็เสี่ยงต่อการที่พระองค์จะกล่าวว่า "เราไม่รู้จักเจ้า" (มัทธิว 7:22-23 )
แต่ถ้าเราสนใจผลของพระวิญญาณ โดยไม่สนใจของประทานของพระองค์ เราก็เสี่ยงที่จะพึ่งพาสติปัญญาของตัวเองที่เป็นเนื้อหนัง ทั้งนี้ ผลของเนื้อหนัง จะไม่คงอยู่ตลอดไป ผลของพระวิญญาณที่แท้จริงนั้นมาโดยพระวิญญาณเท่านั้น และจะมั่นคงอยู่ตลอดไป
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น